Showing posts with label Domain Name. Show all posts
Showing posts with label Domain Name. Show all posts

12/16/2017

วิธีตรวจสอบเบื้องต้นว่าอีเมล์ที่ได้รับเป็นของจริง หรืออีเมล์ปลอมมาหลอกเรา (Phishing Email)

Phishing คืออะไร?

เนื่องจากการที่แฮกเกอร์จะโจมตีเข้าเว็บไซต์ฝั่งเซิฟเวอร์ เพื่อได้ข้อมูลนั้นทำได้ยาก ทำให้แฮกเกอร์ไปโจมตีที่ตัวผู้ใช้งานแทน

โดย Phishing เนี่ย เรียกๆง่ายก็คือการหลอกให้ผู้ใช้กรอกข้อมูลให้แฮกเกอร์ โดยอาจจะมาจากเว็บไซต์ปลอม หรือการส่ง Email ปลอมไปหลอกเหยื่อ เพื่อให้เหยื่อกรอกข้อมูลที่แฮกเกอร์ต้องการ เช่น Username, Password หรือข้อมูลต่างๆ ซึ่งทำได้ง่ายกว่าการที่ไปโจมตีฝั่งเซิฟเวอร์มาก

ตัวอย่าง Email ปลอม


ตัวอย่างอีเมล์ปลอมจาก Appleตัวอย่างอีเมล์ (Phishing Email) ปลอมจาก Itune

จะเห็นว่าเมล์จะหลอกเหยื่อว่าได้ทำการจ่ายเงินไป ทำให้เหยื่อตกใจรีบทำตามขั้นตอนของแฮกเกอร์ ทำให้แฮกเกอร์ได้ข้อมูลที่ต้องการไป

แล้ววิธีตรวจสอบละ?

1) วิธีที่ง่ายที่สุดคือการดูว่าส่งมาจากใคร จากตัวอย่างจะเห็นว่าส่งมาจากตัวอย่างจะเห็นว่า serviceservice9652511@suromo-ho.com  ซึ่งก็เดาได้แล้วว่าของปลอม ของจริงควรจะมาจาก apple.com หรือจาก sub domain ของ apple เช่น insideapple.apple.com

วิธีตรวจสอบว่าเป็นอีเมล์ปลอม หรือ Phishing Email หรือไม่ โดยการดูจากอีเมล์ต้นทาง

2) เอาเมาส์ไปชี้ที่ปุ่ม หรือข้อความที่เป็นลิงค์ที่จะโยงไปยังเว็บไซต์ปลอมนั้นๆ จากตัวอย่าง เมล์ปลอมหลอกให้เราไปอัพเดทข้อมูล ถ้าเราเอาเมาส์ไปชี้ที่ "update your payment method" จะเป็นข้อความด้านล่างซ้ายของ Chrome บอกว่า จะไปที่ไหน จากตัวอย่างจะไปที่ ow.ly ซึ่งก็เดาได้ทันทีว่าของปลอม ของจริงควรจะไปที่ โดเมน apple.com

วิธีตรวจสอบว่าเป็นอีเมล์ปลอม หรือ Phishing Email โดยการเช็ค link

3) กรณีหลงเว็บไซต์ปลอมเข้า เช็คยังไงว่าจริงหรือปลอม? อย่างแรกคือเช็ค url ครับ

ถ้าเข้าเว็บไซต์ปลอม บางทีอาจจะมีหน้าตาเหมือนเว็บไซต์จริงเลย เราจึงต้องสังเกตที่ Url ครับ จากกรณีนี้คือ จะเห็นว่าไม่ใช่ facebook.com ทำให้รู้ว่าเป็นของปลอมครับ

วิธีตรวจสอบว่าเป็นอีเมล์ปลอม หรือ Phishing Email โดยการดูจาก Url

จากกรณี Apple จะเห็นว่า ต้องมีแถบสีเขียวๆบอกว่าเป็น Apple Inc สีเขียวนี้คือตัวบอกว่าเว็บไซต์มีการใช้ ssl คือข้อมูลในเว็บไซต์จะถูกเข้ารหัส ทำให้มีความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เว็บไซต์ดังๆจะมีการทำ ssl อยู่แล้ว ทำให้เอาตัวนี้เป็นตัวเช็คว่าของจริงของปลอมได้ แต่ Url สำคัญกว่านะครับ เพราะ ssl ใครๆก็ทำได้อยู่ดี

วิธีตรวจสอบว่าเป็นอีเมล์ปลอม หรือ Phishing Email โดยการดูจาก Url และ ssl

วิธีตรวจสอบว่าเป็นอีเมล์ปลอม หรือ Phishing Email โดยการดูจาก Url และ ssl







8/12/2015

5 เว็ปไซต์สำหรับหา Domain Name ดีๆ สำหรับธุรกิจของคุณ

สำหรับคนที่มีธุรกิจ หรืออยากจะทำธุรกิจ สิ่งนึงที่จะทำให้เพิ่มยอดขายได้ คือการขายออนไลน์ หรือการทำ E-Commerce นั่งเอง ซึ่งการจะขายของออนไลน์เราก็ต้องมีเว็ปไซต์ รวมดึงโดเมนเนม(Domain Name) หรือชื่อเว็ปไซต์ ซึ่งชื่อเว็ปไซต์ที่ดี ก็จะเป็นการดึงดูดคนให้มาเข้าได้ รวมถึงเป็นการทำ SEO ได้อีกด้วย ถ้าชื่อนั้นตรงกับเนื้อหาเว็ปไซต์ของเราอีก

ไปดูกันเลยว่า 5 เว็ปไซต์สำหรับการหาโดเมนเนมสวยๆมีอะไรบ้าง

1.) NameMesh

วิธีการใช้ก็ง่ายๆ ใส่คำที่เราสนใจลงไป จากนั้น  NameMesh จะเลือก Domain Name ที่ว่าง และแบ่งตามหมวดมาให้ เช่น ชื่อ Domain ที่เหมาะกับ SEO, Domain ที่ชื่อคล้ายคลึงกัน, ถ้าชื่อ Domain ที่ใกล้เคียงแล้วอ่านออกมาเป็นเสียงได้

หาโดเมนเนม (Domain Name)สวยๆ ด้วย NameMesh

2.) Wordoid

เป็นเว็ปไซต์ที่จะสุ่มคำด้วยการเลือกผ่าน การออกเสียง,เขียนละดูเพราะ ซึ่งอาจจะได้คำที่ Unique เลยแหละ เว็ปนี้ผมว่าดีมากๆ โดยให้ใส่คำ และสามารถเลือกได้ว่าจะเริ่มต้นด้วยคำของเรา หรือลงท้าย หรือประกอบด้วยคำของเรา สามารถกำหนดความยาวของคำได้ด้วย 

หาโดเมนเนม (Domain Name) ดีๆ ด้วย Wordoid



3.) BustAName

BustAName นั้นจะช่วยให้คุณหาชื่อ Domain Name ด้วยการนำคำที่คุณสนใจ ว่ารวมกันเป็น Domain Name โดยชื่อที่แสดงออกมาเป็นผลลัพธ์จะมีสถานะว่างอยู่ ยังไม่มีเจ้าของ สามารถจดเป็นของเราได้เลย วิธีการใช้ก็ง่ายๆ ใส่คำที่เราสนใจแล้วกด Add

หาโดเมนเนม (Domain Name) ดีๆ ด้วย BustAName


ใส่คำที่คุณตรงกับความต้องการแล้ว Impossibility จะเจนชื่อมาให้ด้วยการผสมของคำ ซึ่งเลือกได้ว่าจะเอาคำที่เป็น Verb,Nouns,Adjective จะเอาคำที่สุ่มออกมาไว้ก่อนหรือหลัง พร้อมเช็คว่าโดเมนเนมนั้นว่างหรือป่าวให้ด้วย

เว็ปไซต์หาโดเมนเนม (Domain Name) ดีๆ


เป็นเว็ปไซต์ที่สุ่มผ่านคำที่น่าสนใจ เพียงแค่เราใส่คำที่เราต้องการลงไป Domaintyper ก็จะสุ่มคำมาให้เราทันที เช่น ผมใส่คำว่า Thai ลงไป ก็จะมีคำโผล่มา กดปุ่มรีเฟส เพื่อให้มันสุ่มออกมาใหม่

เว็ปไซต์หาโดเมนเนม (Domain Name) ดีๆ ด้วย DomainTyper



ทิ้งท้าย โดเมนเนมที่ดี สามารถขายและทำรายได้ ได้ด้วยนะครับ





1/30/2015

9 วิธี ในการหาเงินออนไลน์

1. การทำ Online Survey


หาเงิน หารายได้ออนไลน์ ด้วยการทำ Survey

ถือเป็นวิธีที่นิยมในหมู่นักเรียนนักศึกษา สำหรับการหาเงินออนไลน์ ใช้เวลาว่างเพียงเล็กน้อยในการทำ Survey  ซึ่งข้อมูลนั้นทางบริษัทต้องการเก็บข้อมูลเพื่อไปวิจัย พัฒนาผลิตภัณฑ์ของเขานั่นเอง คุณสามารถทำเงินได้ 3ยูโร สำหรับการทำแต่ละครั้ง!

สำหรับเว็บสำหรับการทำนั้นมีหลายเว็บที่ดีๆ เช่น GlobalTestMarketMySurveyToluna

อีกเว็บนึงที่ดังและมาแรงก็คือ Swagbucks มีทั้งการทำเซอร์เวย์ ดูวิดีโอ และเล่นเกม

ดูข้อมูลเพิ่มเติมของแต่ละเว็ปไซต์ได้ที่ Full Guide

2. แค่ค้นหา ก็ได้ตังแล้ว

เป็นวิธีที่น่าสนใจมาก ทางเว็ปไซต์ต้องการจะดูว่าเราทำอะไรบ้างในการใช้อินเทอร์เน็ต ไอเดียนี้เกิดจากเว็ปไซต์ Qmee.com ทางเว็ปจะให้เงินรางวัลเมื่อคุณค้นหาใน Google, Bing or Yahoo. แต่คุณต้องติดตั้ง Plug in ของทาง Qmee.com ก่อน หลังจากติดตั้งและค้นหาจะมีข้อมูลของทาง Qmee.com ขึ้นมาด้านข้าง ถ้าเรากดคลิกเข้าไป เราจะได้เงินรางวัล

3. สร้างเว็บไซต์ของตัวคุณเอง

คุณต้องรู้จักโซเชียลเน็ตเวิร์คต่างๆแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter หรืออื่นๆ ที่สามารถทำรายได้ไปหลายพันล้าน ซึ่งถ้าคุณมีความคิดที่แปลกใหม่ หรือความสามารถ คุณก็สามารถถ่ายทอดมันออกไป ด้วยเว็ปไซต์ ยิ่งถ้ามีคนสนใจมากๆ คุณก็จะได้รายได้จากมันด้วยการติดโฆษณา หรือได้จาก Sponsor ที่สนับสนุนคุณนั่นเอง หรือเว็ปไซต์ที่ขายผลิตภัณฑ์ของคุณ

หรือง่ายๆก็อาจจะเป็นเว็บบล็อคทั่วไป อาจจะเกี่ยวกับสุขภาพ กีฬา รถยนต์ หรือเรื่องอะไรก็ตามที่เราสนใจ ก็ทำได้ จากนั้นติดโฆษณา ที่ดังที่สุดและไม่ต้องไปง้อ Sponsor ก็คือ Google Adsense ของทาง Google นั่นเอง ไว้ในคราวหน้าอาจจะมาอธิบายเรื่อง Google Adsense เพิ่มเติม


4. การซื้อขาย โดเมนเนม (Domain Name)


ซื้อขายโดเมนเนม (Domain Name) กับ Godaddy


ถ้ายังไม่รู้จักโดเมนเนม ให้อ่าน Domain Name ก่อน ถ้าคิดชื่อสวยๆดีๆออก คุณสามารถไปจดโดเมนเนมได้ที่ GoDaddy.com ส่วนเรื่องราคาของแต่ละโดเมนนั้น ถ้าเป็น โดเมน .COM ราคาปกติจะอยู่ที่ $14.9 ต่อปี  

แต่ส่วนใหญ่แล้ว จะมี Promo Code สำหรับลดราคา ซึ่งบางทีสามารถจดได้ถูกสุดคือ 38 บาท ต่อปีเท่านั้น ส่วนวิธีการหา Promo Code ก็ง่ายมาก เข้าไปที่เว็ป Coupons.com ก็จะมี Promo Code แบบต่างๆให้เราเลือกมากมาย

แล้วสำหรับโดเมนสวยๆ เราก็สามารถขายได้ในราคาที่แพง อาจจะมีคนมาขอซื้อเป็นหมื่นดอลลาร์ หรืออาจจะมากกว่านั้นก็เป็นได้


เพราะฉะนั้นถ้าคุณคิดว่าโดเมนเนม สวย โดเมนเนมไหนจะขายออกราคาสูงๆ ก็รีบไปจดกันมาครอบครองนะ

5. การขายภาพออนไลน์


หารายได้ออนไลน์ ด้วยการขายภาพ


ถ้าคุณคิดว่าคุณเป็นคนถ่ายรูปเก่ง หรือออกเดินทางท่องเที่ยวบ่อยๆ วิธีนี้เป็นวิธีที่คุณสามารถหาเงินได้อีกหนึ่งทาง ด้วยการนำภาพไปขายในเว็บไซต์เช่น Shutter StockFotoliaIstockphoto

มีช่างกล้องหลายคนในไทยเลยที่ทำรายได้กับ Shutter Stock ได้ตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน รายได้จากทางเว็บจะมาจากยอดดาวน์โหลดรูปภาพของคุณ ยิ่งโหลดมาก คุณก็จะได้ส่วนแบ่งมากขึ้น

6. Youtube Video

ถ้าคุณเป็นคนชอบตัดต่อวิดีโอ ทำรายการ ต่างๆ หรือคุณเป็นนักร้อง การนำวิดีโอลง Youtube คุณก็สามารถได้เงินจากโฆษณา  Google Adsense ของทาง Google ได้นั่นเอง

 Google Adsense ของ Youtube สมัคร แล้วเปิดการสร้างรายได้ของคลิป ก็สามารถสร้างรายได้ ได้ทันที่ ซึ่งจะต่างกลับของเว็ปไซต์ ที่จะต้องยื่นสมัคร ให้เว็ปไซต์เราผ่านก่อน ถึงจะสามารถติดโฆษณา ของ Google Adsense ได้

Note:  แต่คลิปวิดีโอที่ติดลิขสิทธิ์ ก็จะไม่สามารถเปิดการสร้างรายได้ได้นะครับ ไม่ก็อาจจะโดนเจ้าของ Report นำคลิปออก หรือนำการสร้างรายได้ออก


7. Testing Website


หาเงินออนไลน์ Testing Website กับ UserTesting

เป็นอีกวิธีที่น่าสนใจมากๆ เจ้าของเว็ปไซต์ก็ต้องการ Feedback ของผู้ใช้อยู่แล้ว จึงมีคนทำการสำรวจ User ว่าการใช้งานของเว็ปนั้นเป็นอย่างไร ให้เราวิจารณ์การใช้งานของเว็ปไซต์นั้นๆ  UserTesting.com เปิดให้คุณได้แสดง Feedback ต่อเว็ปที่เข้าร่วม คุณใช้เวลาเพียง 15-20 นาทีต่อหนึ่งเว็ปไซต์ ซึ่งเว็ปไซต์นึงจะได้ $10  โดยวิธีการคือเขาจะให้เราลงโปรแกรมอัดวิดีโอหน้าจอของเรา และตอบคำถามที่เขาให้ พูดถึงการใช้งาน และวิจารณ์เว็ปไซต์เขานั่นเอง

Note: ต้องใช้ภาษาอังกฤษในการ Review เว็ปไซต์นะครับ


8. Fiverr

เป็นอีกเว็ปไซต์ที่น่าสนใจ Fiverr นั้นเปิดให้คุณสร้าง Small Service ที่เรียกว่า Gig โดยคุณจะต้องบอกว่าคุณจะทำอะไรให้เขา โดยที่ Gig นึงจะมีราคาเริ่มต้นที่ 5$ ซึ่งลักษณะงาน จะแล้วแต่ความสามารถ หรือความคิดสร้างสรรค์ก็ได้

ยกตัวอย่างงานทั่วไป เช่น ทำโลโก้ให้,แปลภาษา,เขียนโปรแกรม,วาดรูปให้,ทำการบ้านให้,แก้ปัญหา และให้คำแนะนำในเรื่องต่างๆ

ยกตัวอย่างงานที่พบแค่ใน Fiverr ลักษณะงานที่ใช้วามคิดสร้างสรรค์ เช่น จะเขียนชื่อคุณบนทรายแล้วถ่ายรูปให้, ฉันจะเต้นให้คุณดู เพลงอะไรก็ได้ที่คุณต้องการ , ฉันจะโทรศัพท์ไปแกล้งคนที่คุณต้องการ

ถ้าคุณมีความสามารถหรือสร้างสรรค์ ก็ไปสมัครใช้งานกันได้ที่ https://www.fiverr.com

อ่านเพิ่มเติมได้ที่  แนะนำวิธีหารายได้ออนไลน์กับ Fiverr

ตัวอย่างงานใน Fiverr


9. เว็บไซต์คลอบ Link

เว็บที่ให้บริการย่อลิงค์ของเรา ไม่ว่าจะเป็นลิงค์โหลดหนัง โหลดเพลง โหลดเกม หรือลิงค์ที่เชื่อมโยงไปยังเว็ปอื่น โดยข้อดียิ่งกว่านั้นคือ ถ้ามีคนมาคลิกลิ้งที่เราย่อไว้นั้น เราจะได้เงินด้วยนั่นเอง

ตัวอย่างเว็ปไซต์ดังๆ Adf.lyOuo.io

ดู Rate การจ่ายตังของ Adf.ly Adf.ly ได้ที่ Adf.ly rates
ดู Rate การจ่ายตังของ Ouo.io ได้ที่ Ouo.io rates

ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับในเว็ปไซต์ของคุณ ในเพจ Facebook ในช่อง Youtube ในเว็ปบอร์ดที่คุณเล่นประจำได้ เป็นการหาเงินไปในตัวด้วย

7/31/2014

Domain name คืออะไร

Domain name คืออะไร

เราต้องรู้จัก IP Address ก่อน IP Address คือเป็นเลขชุดสี่ตัว ซึ่งมีค่าตั้งแต่ 0-255 คั่นด้วยจุด เช่น 74.125.224.72 ซึ่งเวลาเราจะเข้าเว็บไซต์หนึ่งๆนั้น จะเชื่อมไปที่ IP Address ซึ่งเป็นที่อยู่ของเว็บไซต์นั้นๆ เราจะต้องพิม http://74.125.224.72 แล้วจึงจะเข้าไปที่เว็ปไซต์นั้นๆ ซึ่งถ้าเราจะจำตัวเลข IP Address ในการเข้าเว็บไซต์หนึ่งๆนั้น มันจำยากมาก เราจึงต้องสร้าง Domain Name ขึ้นมาแทน โดยใช้เป็นภาษาอังกฤษ คั่นด้วยจุด เพื่อใช้แทน IP Address นั้นๆ

เช่น http://74.125.224.72/  -> http://google.com

ประเภทของ Domain Name

โดยรวมเราแบ่งประเภทของ Domain Name บนอินเทอร์เน็ตได้ 2 ประเภท

1.) Generic Top Level Domain (gTLD) คือ หมายถึง Domain Name สากล ไม่ระบุสัญชาติ เช่น .com .org .net ซึ่งส่วนนี้สามารถบ่งบอกประเภทหน่วยงานของเว็บนั้นๆได้ด้วย เช่น org คือหน่วยงานไม่หวังผลกำไร .com มักจะเป็นหน่วยธุรกิจ
ตัวอย่าง Domain แสดงประเภทองค์กร
.edu (Education)     เครือข่ายองค์กรเพื่อการศึกษา  
.gov (Government) เครือข่ายองค์กรรัฐบาล
.net  (Network)      เครือข่ายองค์กรผู้ให้บริการทางอินเทอร์เน็ต(ISP)
.biz (Business)        เครือข่ายธุรกิจ
.info (Information)  กลุ่มผู้ให้บริการด้านข้อมูลข่าวสาร

2.) Coutry Code Top Level Domain (ccTLD) คือ Domain Name ประจำสัญชาติ เช่น .th ของไทย .jp ของญี่ปุ่น .uk ของประเทศอังกฤษ .au ของประเทศออสเตรเลียเป็นต้น ในปัจจุบัน Domain Name จะประจำสัญชาติอยู่ราวๆ 240 ประเทศ โดยแต่ละประเทศมีสิทธิพิจารณาแบ่ง Domain Name ประจำชาติของตนออกเป็นประเภทย่อยๆ อีกหรือไม่ก็ได้ การแบ่งย่อยๆนี้ เรียก Level Domains และสามารถกำหนดเกณฑ์ในการจดทะเบียนชื่อโดเมนของชาติตนเองได้อีกด้วย เช่นอาจจำกัดสิทธิให้เฉพาะหน่วยงานบางหน่วยงาน

ในกรณีประเทศไทยได้แบ่งชื่อ Domain ออกเป็น 7 ประเภทย่อย
.co.th สำหรับหน่วยธุรกิจ
.ac.th สำหรับสถาบันการศึกษา
.go.th สำหรับหน่วยงานราชการ
.in.th สำหรับบุลคคลทั่วไปและอื่นๆ
.or.th สำหรับองค์กรไม่หวังผลกำไร
.net.th สำหรับหน่วยงานให้บริการท่างเครือข่าย
.mi.th สำหรับหน่วยงานทหาร