1/30/2015

9 วิธี ในการหาเงินออนไลน์

1. การทำ Online Survey


หาเงิน หารายได้ออนไลน์ ด้วยการทำ Survey

ถือเป็นวิธีที่นิยมในหมู่นักเรียนนักศึกษา สำหรับการหาเงินออนไลน์ ใช้เวลาว่างเพียงเล็กน้อยในการทำ Survey  ซึ่งข้อมูลนั้นทางบริษัทต้องการเก็บข้อมูลเพื่อไปวิจัย พัฒนาผลิตภัณฑ์ของเขานั่นเอง คุณสามารถทำเงินได้ 3ยูโร สำหรับการทำแต่ละครั้ง!

สำหรับเว็บสำหรับการทำนั้นมีหลายเว็บที่ดีๆ เช่น GlobalTestMarketMySurveyToluna

อีกเว็บนึงที่ดังและมาแรงก็คือ Swagbucks มีทั้งการทำเซอร์เวย์ ดูวิดีโอ และเล่นเกม

ดูข้อมูลเพิ่มเติมของแต่ละเว็ปไซต์ได้ที่ Full Guide

2. แค่ค้นหา ก็ได้ตังแล้ว

เป็นวิธีที่น่าสนใจมาก ทางเว็ปไซต์ต้องการจะดูว่าเราทำอะไรบ้างในการใช้อินเทอร์เน็ต ไอเดียนี้เกิดจากเว็ปไซต์ Qmee.com ทางเว็ปจะให้เงินรางวัลเมื่อคุณค้นหาใน Google, Bing or Yahoo. แต่คุณต้องติดตั้ง Plug in ของทาง Qmee.com ก่อน หลังจากติดตั้งและค้นหาจะมีข้อมูลของทาง Qmee.com ขึ้นมาด้านข้าง ถ้าเรากดคลิกเข้าไป เราจะได้เงินรางวัล

3. สร้างเว็บไซต์ของตัวคุณเอง

คุณต้องรู้จักโซเชียลเน็ตเวิร์คต่างๆแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter หรืออื่นๆ ที่สามารถทำรายได้ไปหลายพันล้าน ซึ่งถ้าคุณมีความคิดที่แปลกใหม่ หรือความสามารถ คุณก็สามารถถ่ายทอดมันออกไป ด้วยเว็ปไซต์ ยิ่งถ้ามีคนสนใจมากๆ คุณก็จะได้รายได้จากมันด้วยการติดโฆษณา หรือได้จาก Sponsor ที่สนับสนุนคุณนั่นเอง หรือเว็ปไซต์ที่ขายผลิตภัณฑ์ของคุณ

หรือง่ายๆก็อาจจะเป็นเว็บบล็อคทั่วไป อาจจะเกี่ยวกับสุขภาพ กีฬา รถยนต์ หรือเรื่องอะไรก็ตามที่เราสนใจ ก็ทำได้ จากนั้นติดโฆษณา ที่ดังที่สุดและไม่ต้องไปง้อ Sponsor ก็คือ Google Adsense ของทาง Google นั่นเอง ไว้ในคราวหน้าอาจจะมาอธิบายเรื่อง Google Adsense เพิ่มเติม


4. การซื้อขาย โดเมนเนม (Domain Name)


ซื้อขายโดเมนเนม (Domain Name) กับ Godaddy


ถ้ายังไม่รู้จักโดเมนเนม ให้อ่าน Domain Name ก่อน ถ้าคิดชื่อสวยๆดีๆออก คุณสามารถไปจดโดเมนเนมได้ที่ GoDaddy.com ส่วนเรื่องราคาของแต่ละโดเมนนั้น ถ้าเป็น โดเมน .COM ราคาปกติจะอยู่ที่ $14.9 ต่อปี  

แต่ส่วนใหญ่แล้ว จะมี Promo Code สำหรับลดราคา ซึ่งบางทีสามารถจดได้ถูกสุดคือ 38 บาท ต่อปีเท่านั้น ส่วนวิธีการหา Promo Code ก็ง่ายมาก เข้าไปที่เว็ป Coupons.com ก็จะมี Promo Code แบบต่างๆให้เราเลือกมากมาย

แล้วสำหรับโดเมนสวยๆ เราก็สามารถขายได้ในราคาที่แพง อาจจะมีคนมาขอซื้อเป็นหมื่นดอลลาร์ หรืออาจจะมากกว่านั้นก็เป็นได้


เพราะฉะนั้นถ้าคุณคิดว่าโดเมนเนม สวย โดเมนเนมไหนจะขายออกราคาสูงๆ ก็รีบไปจดกันมาครอบครองนะ

5. การขายภาพออนไลน์


หารายได้ออนไลน์ ด้วยการขายภาพ


ถ้าคุณคิดว่าคุณเป็นคนถ่ายรูปเก่ง หรือออกเดินทางท่องเที่ยวบ่อยๆ วิธีนี้เป็นวิธีที่คุณสามารถหาเงินได้อีกหนึ่งทาง ด้วยการนำภาพไปขายในเว็บไซต์เช่น Shutter StockFotoliaIstockphoto

มีช่างกล้องหลายคนในไทยเลยที่ทำรายได้กับ Shutter Stock ได้ตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน รายได้จากทางเว็บจะมาจากยอดดาวน์โหลดรูปภาพของคุณ ยิ่งโหลดมาก คุณก็จะได้ส่วนแบ่งมากขึ้น

6. Youtube Video

ถ้าคุณเป็นคนชอบตัดต่อวิดีโอ ทำรายการ ต่างๆ หรือคุณเป็นนักร้อง การนำวิดีโอลง Youtube คุณก็สามารถได้เงินจากโฆษณา  Google Adsense ของทาง Google ได้นั่นเอง

 Google Adsense ของ Youtube สมัคร แล้วเปิดการสร้างรายได้ของคลิป ก็สามารถสร้างรายได้ ได้ทันที่ ซึ่งจะต่างกลับของเว็ปไซต์ ที่จะต้องยื่นสมัคร ให้เว็ปไซต์เราผ่านก่อน ถึงจะสามารถติดโฆษณา ของ Google Adsense ได้

Note:  แต่คลิปวิดีโอที่ติดลิขสิทธิ์ ก็จะไม่สามารถเปิดการสร้างรายได้ได้นะครับ ไม่ก็อาจจะโดนเจ้าของ Report นำคลิปออก หรือนำการสร้างรายได้ออก


7. Testing Website


หาเงินออนไลน์ Testing Website กับ UserTesting

เป็นอีกวิธีที่น่าสนใจมากๆ เจ้าของเว็ปไซต์ก็ต้องการ Feedback ของผู้ใช้อยู่แล้ว จึงมีคนทำการสำรวจ User ว่าการใช้งานของเว็ปนั้นเป็นอย่างไร ให้เราวิจารณ์การใช้งานของเว็ปไซต์นั้นๆ  UserTesting.com เปิดให้คุณได้แสดง Feedback ต่อเว็ปที่เข้าร่วม คุณใช้เวลาเพียง 15-20 นาทีต่อหนึ่งเว็ปไซต์ ซึ่งเว็ปไซต์นึงจะได้ $10  โดยวิธีการคือเขาจะให้เราลงโปรแกรมอัดวิดีโอหน้าจอของเรา และตอบคำถามที่เขาให้ พูดถึงการใช้งาน และวิจารณ์เว็ปไซต์เขานั่นเอง

Note: ต้องใช้ภาษาอังกฤษในการ Review เว็ปไซต์นะครับ


8. Fiverr

เป็นอีกเว็ปไซต์ที่น่าสนใจ Fiverr นั้นเปิดให้คุณสร้าง Small Service ที่เรียกว่า Gig โดยคุณจะต้องบอกว่าคุณจะทำอะไรให้เขา โดยที่ Gig นึงจะมีราคาเริ่มต้นที่ 5$ ซึ่งลักษณะงาน จะแล้วแต่ความสามารถ หรือความคิดสร้างสรรค์ก็ได้

ยกตัวอย่างงานทั่วไป เช่น ทำโลโก้ให้,แปลภาษา,เขียนโปรแกรม,วาดรูปให้,ทำการบ้านให้,แก้ปัญหา และให้คำแนะนำในเรื่องต่างๆ

ยกตัวอย่างงานที่พบแค่ใน Fiverr ลักษณะงานที่ใช้วามคิดสร้างสรรค์ เช่น จะเขียนชื่อคุณบนทรายแล้วถ่ายรูปให้, ฉันจะเต้นให้คุณดู เพลงอะไรก็ได้ที่คุณต้องการ , ฉันจะโทรศัพท์ไปแกล้งคนที่คุณต้องการ

ถ้าคุณมีความสามารถหรือสร้างสรรค์ ก็ไปสมัครใช้งานกันได้ที่ https://www.fiverr.com

อ่านเพิ่มเติมได้ที่  แนะนำวิธีหารายได้ออนไลน์กับ Fiverr

ตัวอย่างงานใน Fiverr


9. เว็บไซต์คลอบ Link

เว็บที่ให้บริการย่อลิงค์ของเรา ไม่ว่าจะเป็นลิงค์โหลดหนัง โหลดเพลง โหลดเกม หรือลิงค์ที่เชื่อมโยงไปยังเว็ปอื่น โดยข้อดียิ่งกว่านั้นคือ ถ้ามีคนมาคลิกลิ้งที่เราย่อไว้นั้น เราจะได้เงินด้วยนั่นเอง

ตัวอย่างเว็ปไซต์ดังๆ Adf.lyOuo.io

ดู Rate การจ่ายตังของ Adf.ly Adf.ly ได้ที่ Adf.ly rates
ดู Rate การจ่ายตังของ Ouo.io ได้ที่ Ouo.io rates

ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับในเว็ปไซต์ของคุณ ในเพจ Facebook ในช่อง Youtube ในเว็ปบอร์ดที่คุณเล่นประจำได้ เป็นการหาเงินไปในตัวด้วย

1/25/2015

Password ที่เราไม่ควรนำมาตั้ง

1.) Password เกี่ยวกับเบอร์โทรของเรา ซึ่งเพื่อน หรือผู้ที่ไม่ประสงค์ดีกับเราสามารถหาเบอร์ของเราได้อย่างไม่ยากเย็น

2.) Password ที่ตั้งเกี่ยวกับวันเกิดของตัวเรา เช่น 11022537 หรือชื่อเราแล้วตามด้วยวันเกิด ทั้งหลาย

3.) Password ง่ายๆทั่วไป ที่คนมักใช้กันอย่างแพร่หลาย ที่ทำให้แม้แต่คนไม่รู้จักก็สามารถเดาพาสเวิร์ดเราได้ไม่ยาก เช่น
   
  • password
  • 123456
  • 12345678
  • abc123
  • qwerty
  • monkey
  • letmein
  • dragon
  • 111111
  • baseball
  • iloveyou
  • 1234567
  • sunshine
  • master
  • 123123
  • welcome
  • shadow
  • football
  • password1
นี่เป็นตัวอย่างของ Password ที่คนมักจะใช้ ทำให้สามารถเดาและเข้ากันไปได้ง่ายๆ หรือสามารถ Brute Force เข้าไปได้ Brute Force  อธิบายง่ายๆคือการสุ่มรหัส โดยใช้โปรแกรมช่วยนะครับ

ซึ่งก็อาจจะใช้เป็น text file ที่เก็บรหัสที่คนมักใช้ ตามตัวอย่างด้านบน แล้วไล่ Password ตามใน text file นั้น เพื่อดูว่าจะเข้าได้ไหม

หรืออาจจะสุ่มไล่ดื้อๆเลย 1111 , 1112 , 1113 ... ไปจนถึง 9999 อารมณ์ประมาณนั้นเลยครับ ถ้าคุณตั้งรหัส 4 ตัว เช่น 1234 ถ้า Brute Force เอา ใช้เวลาเพียง 11 วินาทีเท่านั้น

ถ้าเลข 6 หลัก เช่น 123456 ใช้เวลาประมาณ 18 วินาที เท่านั้น

จึงควรตั้งรหัสผ่านให้มีทั้งตัวอักษรและตัวเลข หรือถ้ามีอักขระด้วย ก็จะปลอดภัยมากๆ :)

1/24/2015

วิธีเปลี่ยนชื่อเฟสบุ๊ค(Facebook) โดยไม่ต้องรอ 60 วัน

ถ้าใครเคยเปลี่ยนชื่อ Facebook ก็จะทราบว่า ถ้าเปลี่ยนไปแล้ว จะต้องรอ 60 วัน หรือ 2 เดือน ถึงจะสามารถเปลี่ยนได้อีกครั้ง วันนี้เราจะมาเสนอวิธีที่จะทำให้เปลี่ยนได้โดยไม่ต้องรอ 60 วันนั่นเอง

ก่อนอื่น ให้เราเข้าไปที่ การตั้งค่า (Setting) 

วิธีการ เปลี่ยนชื่อเฟสบุ๊ค ก่อน 60 วัน ไม่ต้องรอ 60 วัน

จากนั้นเข้าไปที่ ความปลอดภัย(Security) ซึ่งจะอยู่ด้านซ้าย 

วิธีการ เปลี่ยนชื่อเฟสบุ๊ค ก่อน 60 วัน ไม่ต้องรอ 60 วัน

จากนั้นกด Deactivate your account. หรือยกเลิกบัญชี  (ไม่ต้องตกใจนะครับ เราไม่ได้ปิดบัญชีจริงๆ)

ขั้นตอนการเปลี่ยนชื่อเฟสบุ๊ค( Facebook) โดยไม่ต้องรอ 60 วัน

 จากนั้นเลือกเหตุผลว่าฉันถูก Hack  จะมีแทบสีเหลืองๆให้เลือก กดตรง Here เลยครับ

ขั้นตอนการเปลี่ยนชื่อเฟสบุ๊ค( Facebook) โดยไม่ต้องรอ 60 วัน ทิปไอที คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต

หลังจากกดแล้ว เราจะเข้ามาอีกหน้านึง ซึ่งระบบจะให้ตั้งรหัสผ่านใหม่ เพราะเราบอกว่าเราถูก Hack มา ระบบจึงให้คุณเปลี่ยน Password ใหม่ หลังจากนั้น ก็จะให้ดูว่า มีกิจกรรมอะไรแปลกๆบ้าง อะไรเปลี่ยน แล้วระบบจะให้เราแก้คืน รวมถึงชื่อเราด้วยนั้นเอง ก็จะมีช่องให้เลือกเปลี่ยนชื่อกลับ เป็นชื่อเดิม 


ที่สามารถทำแบบนี้ได้ เพราะระบบคิดว่าเราถูก Hack และผู้ที่ Hack เรานั้น อาจจะไม่ประสงค์ดีไปเปลี่ยนชื่อเรา หรือทำอย่างอื่น จึงให้ดู และเราสามารถแก้กลับไปก่อนหน้านั้นได้นั่นเอง

Note: วิธีนี้ทำได้จริง แต่ต้องเปลี่ยน Password ใหม่นะครับ เพราะเราบอกระบบว่าเราถูก Hack นั่นเอง ระบบจะเห็นว่า Password เดิมไม่ปลอดภัย ต้องเปลี่ยนใหม่

ถ้าไม่เข้าใจสามารถดูคลิปประกอบได้ครับ -> วิธีเปลี่ยนชื่อเฟสบุ๊ค (Facebook) โดยไม่ต้องรอ 60 วัน